ทำความเข้าใจ “โรคหลายบุคลิก” อาการทางจิตที่มาพร้อมความเสี่ยงในการฆ่าตัวตาย

ทำความเข้าใจ “โรคหลายบุคลิก” อาการทางจิตที่มาพร้อมความเสี่ยงในการฆ่าตัวตาย หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อ “โรคหลายบุคลิก” หรือเคยได้ดูภาพยนตร์ที่มีตัวละครเป็นโรคหลายบุคลิกกันมาบ้างแล้ว โรคหลายบุคลิกนี้ไม่ใช่แค่ความแฟนตาซีที่ถูกสร้างขึ้นในโลกภาพยนตร์เท่านั้น แต่เป็นโรคทางจิตที่มีอยู่จริง โรคนี้ส่งผลต่อสุขภาพของผู้ป่วย และมักสร้างปัญหาในการดำเนินชีวิตประจำวัน ทำให้ผู้ป่วยแสดงพฤติกรรมบางอย่างโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งอาจรวมถึงการทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตายด้วย

โรคหลายบุคลิก คืออะไร?
โรคหลายบุคลิก (Multiple Personality Disorder หรือ MPD) จัดเป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่งในกลุ่มโรคดิสโซสิเอทีฟ (Dissociative Disorders) ปัจจุบันถูกเปลี่ยนชื่อเป็นโรคหลายอัตลักษณ์ (Dissociative Identity Disorder หรือ DID) แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังคงคุ้นเคยกับชื่อโรคหลายบุคลิกมากกว่า คำว่า “อัตลักษณ์ (Identity)” หมายถึง ผลรวมของลักษณะเฉพาะของสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งทำให้สิ่งนั้นเป็นที่รู้จักหรือจำได้ โดยปกติแล้ว คนเราจะมีเพียงอัตลักษณ์เดียวเท่านั้น แต่ผู้ที่เป็นโรคหลายบุคลิกหรือโรคหลายอัตลักษณ์ มักมีมากกว่าหนึ่งอัตลักษณ์ ซึ่งเป็นผลมาจากกระบวนการทางจิต (mental process) ทำให้สติ ความคิด ความทรงจำ อารมณ์ความรู้สึก การกระทำ และการยอมรับอัตลักษณ์ของตนเองแยกจากกันโดยสิ้นเชิง ไม่ปะติดปะต่อกัน ผู้ป่วยโรคนี้จึงแสดงพฤติกรรมและอารมณ์ไม่ต่อเนื่องและไม่เหมือนกัน หรือมีบุคลิกภาพแตกแยก ราวกับว่ามีหลายคนอยู่ในร่างเดียว

วิธีสังเกตอาการของโรคหลายบุคลิก
สัญญาณและอาการของโรคหลายบุคลิก หรือโรคหลายอัตลักษณ์ ในผู้ใหญ่ มีดังนี้

รู้สึกสับสน มีบุคลิกภาพ หรืออัตลักษณ์มากกว่า 2 แบบ โดยแต่ละแบบแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน และผลัดกันแสดงออกมา

ความทรงจำขาดหาย มีภาวะสูญเสียความจำ และต้องใช้เวลานานกว่าจะนึกข้อมูลส่วนตัว หรือเหตุการณ์ในแต่ละวันออก

เคยหมดสติ หรือตื่นขึ้นมาแล้วจำไม่ได้ว่าตัวเองมาอยู่ที่ตรงนี้ได้ยังไง

โกหกเพราะเชื่อว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องจริง แม้จะไม่ได้ใช้ยาเสพติดหรือยารักษาโรคใดๆ

มีของสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ในครอบครอง โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าได้มาได้ยังไง

คนแปลกหน้าเข้ามาทักเหมือนรู้จักกัน แต่ตัวเองนึกไม่ออกว่าไปรู้จักคนๆ นั้นตั้งแต่เมื่อไหร่

ถูกเรียกด้วยชื่ออื่นที่ไม่ใช่ชื่อตัวเอง

เจอข้อความที่มีลายมือคนอื่น ไม่ใช่ลายมือตัวเอง

ได้ยินเสียงในหัว แต่ไม่ใช่เสียงของตัวเอง

มองกระจกแล้วจำตัวเองไม่ได้

รู้สึกเหมือนสิ่งที่ประสบไม่ใช่เรื่องจริง หรือรู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมแปลกไป ไม่คุ้นเคย (derealization)

มีภาวะบุคลิกวิปลาส หรือบุคลิกภาพแตกแยก (depersonalization) คือ รู้สึกเหมือนนั่งมองคนอื่นใช้ชีวิตแทนตัวเอง ตัวเองไม่สามารถควบคุมการกระทำนั้นได้

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคหลายบุคลิก
ปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญยังไม่ทราบแน่ชัดว่าโรคหลายบุคลิกนั้นเกิดจากสาเหตุใด แต่สันนิษฐานว่าโรคนี้อาจเป็นปฏิกิริยาตอบสนองต่อเหตุการณ์สะเทือนขวัญ หรือบาดแผลทางใจร้ายแรงที่ผู้ป่วยประสบในวัยเด็ก เช่น ถูกทอดทิ้ง ถูกทำร้ายจิตใจ ถูกทำร้ายร่างกาย ถูกล่วงละเมิดทางเพศ

เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ เด็กบางคนอาจปกป้องตัวเอง ด้วยการสร้างสภาวะจิตสำนึกที่เปลี่ยนไป (Altered State of Consciousness) ขึ้นมา เพื่อแยกความทรงจำนั้นออกจากความทรงจำอื่นๆ และเมื่อปฏิกิริยาตอบสนองนี้เกิดขึ้นบ่อย หรือรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จึงส่งผลให้เป็นโรคหลายบุคลิก หรือโรคหลายอัตลักษณ์ได้ในที่สุด

โรคหลายบุคลิกก็เหมือนกับโรคทางจิตเวชอื่นๆ นั่นคือ หากคนในครอบครัวมีประวัติป่วยเป็นโรคหลายบุคลิก ความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ของคุณก็จะสูงขึ้น แต่ไม่ถือเป็นโรคทางพันธุกรรม ฉะนั้น ต่อให้คนในครอบครัวเป็นโรคนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องเป็นโรคนี้เสมอไป

Related Post

โฆษกจีนกล่าวแล็บไวรัสอู่ฮั่นสมควรได้รับรางวัลโนเบล สาขาการแพทย์โฆษกจีนกล่าวแล็บไวรัสอู่ฮั่นสมควรได้รับรางวัลโนเบล สาขาการแพทย์

ท่ามกลางกระแสของนานาชาติที่เรียกร้องให้รัฐบาลจีนเปิดเผยข้อมูลปฐมภูมิของการพบการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส สายพันธุ์ 2019 อย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา ทว่าเรื่องดังกล่าวทางการจีนก็ยังไม่อาจให้ความชัดเจนได้ แม้ว่าช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทางการจีนจะเปิดให้คณะผู้ตรวจสอบนานาชาติจากองค์การอนามัยโลกลงพื้นที่เมืองอู่ฮั่น

พม่าเห็นการประท้วงบนท้องถนนครั้งแรกนับตั้งแต่รัฐประหารพม่าเห็นการประท้วงบนท้องถนนครั้งแรกนับตั้งแต่รัฐประหาร

ทางการเมียนมาได้จำกัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและบล็อกเว็บไซต์โซเชียลมีเดียมากขึ้นเนื่องจากประชาชนหลายพันคนประท้วงในการเดินขบวนบนท้องถนนครั้งแรกนับตั้งแต่กองทัพเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยในการรัฐประหาร ในช่วงกลางเช้าผู้อยู่อาศัยในย่างกุ้งซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของพม่าไม่สามารถเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตบนมือถือ

อาชญากรรมรุนแรงลดลงอย่างรวดเร็วในระหว่างการปิดกั้นโควิดอาชญากรรมรุนแรงลดลงอย่างรวดเร็วในระหว่างการปิดกั้นโควิด

รายงานระบุว่าข้อจำกัดของโควิด -19 ทำให้อาชญากรรมรุนแรงลดลงอย่างรวดเร็วที่สุดเป็นเวลาอย่างน้อย 20 ปี ความรุนแรงลดลงหนึ่งในสามในอังกฤษและเวลส์ในปี 2020 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าตามการวิจัยของมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ จากมุมมองของความรุนแรงปี 2020 เป็นปีที่ปลอดภัยที่สุดเป็นประวัติการณ์ แต่รายงานยังพบว่าการผ่อนคลายข้อจำกัด